
เช้าวันหยุดที่ท้องฟ้าเป็นสีเทาอ่อน บ่งบอกว่าสายฝนคงมาเยือนพวกเราในไม่ช้า แต่นั่นกลับทำให้วันนี้อากาศสดชื่นกว่าทุกครั้ง เหมาะแก่การออกทริปเป็นที่สุด เมื่อถึงเวลา พวกเราก็พร้อมสตาร์ท Lambretta คู่ใจ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ราชบุรี และแน่นอนว่า เป็นไปตามคาด! เพียงแค่ออกตัวไปได้ไม่นานนัก ฝนก็เริ่มโปรยลงมาให้พวกเราได้เย็นฉ่ำ ชื่นใจ ภาพจำของกลิ่นดินหลังฝนกับถนนที่เปียกชื้น จึงกลายเป็นฉากเปิดของทริปนี้ได้อย่างมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ขบวนของชาว Lambrettista เคลื่อนผ่านทิวเขาและต้นไม้สูงใหญ่ ผ่านเส้นทางธรรมชาติที่สองข้างทางเขียวชอุ่ม และเต็มไปด้วยพลังของชีวิต ก่อนจะแวะแชะภาพกันที่ “เขาหินงู” จุดชมวิวที่มีภูเขาหินตั้งตระหง่าน รายล้อมด้วยป่าและอากาศบริสุทธิ์จนต้องสูดให้เต็มปอด บวกกับธรรมชาติและความเรียบง่ายที่ทำให้ทุกคนยิ้มได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล
การเดินทางยังไม่สิ้นสุด หลังจากที่พวกเราได้หยุดพักทานมื้อเที่ยงกันแล้ว ก็พร้อมออกเดินทางกันต่อสู่ “Phupha Coffee Camp” คาเฟ่กลางหุบเขาที่อากาศกำลังดี มีวิวด้านหน้าเป็นภูเขาสลับกับผืนน้ำ เสียงพูดคุยเบาๆ พร้อมเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ เคล้าไปกับลมเย็นๆ ช่วงเวลานั้นทำให้รู้ว่า “ความสุขของการขี่ Lambretta” ไม่ใช่แค่การไปให้ถึงปลายทาง แต่คือการได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน พี่ น้อง คนคอเดียวกัน และการได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ก็ยิ่งเติมเต็มพลังใจ ทำให้ทุกความรู้สึกดีๆ เป็นที่น่าจดใจ และประทับใจอยู่เสมอ
ทุกทริปที่พวกเราได้ออกเดินทางไปด้วยกัน มันยิ่งตอกย้ำว่า Lambretta ไม่ใช่แค่เพียงสกู๊ตเตอร์ แต่มันคือสไตล์ของชีวิตและมิตรภาพที่ขับเคลื่อนไปด้วยกัน




































